{{Intro}}

{{Subintro1}}


       ควาย ข้าว และชาวนา

       เรื่องย่อ

        ยามบ่าย ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังควบควายให้วิ่งเป็นวงกลม ท่ามกลางเด็กกลุ่มใหญ่ที่มาเข้าค่าย “ควาย ข้าว และชาวนา” เป็นเวลา ๑๐ วัน ซึ่งพี่โมกจัดเป็นประจำทุกปี

        วันแรกของการเปิดค่าย พี่โมกลงจากหลังควาย และบอกให้เด็ก ๆ เข้ามาสัมผัส

       ทำความคุ้นเคยกลับควายที่ชื่อ “ลุงดำ” และให้แนะนำตัวกับลุงดำกันทุกคน จากนั้นพี่โมกก็พูดคุยกับเด็ก ๆ ว่าเคยได้ยินคำพูดอะไรเกี่ยวกับความบ้าง ก่อนที่เด็ก ๆ จะยกมันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า

       “โง่อย่างกับควาย” พร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่น พี่โมกจึงบอกให้ลุงดำยิ้ม ลุงดำร่นริมฝีปากจนเห็นฟันทุกซี่ ก่อนที่เด็ก ๆ จะปรบมือกันดังลั่น เด็ก ๆ เริ่มถามพี่โมกเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองได้เห็น ว่าทำไมต้องเอาเชือกร้อยจมูกควาย มันจะเจ็บหรือเปล่า พี่โมกก็ได้อธิบายให้เด็ก ๆ ฟัง เรื่องของควายถูกขัดจังหวะเมื่อพี่โจ้และพี่แสง ผู้ช่วยของพี่โมก เข้ามาบอกให้พี่โมกไปช่วยซ่อมควายเหล็กให้กับลุงพูนในนาถัดไปที่เสียมานานแล้ว

        วันรุ่งขึ้น เด็กต้องดูแลควายในคอก ๒๐ ตัว ซึ่งมีทั้งควายที่อยู่ในระยะใช้งาน คือควายหนุ่ม สาวครึ่งหนึ่ง ที่เหลือจะเป็นลูกควาย และควายปลดระวางแล้ว ซึ่งลุงดำก็รวมอยู่ในควายที่ปลดระวางแล้วด้วย

        เด็กบางคนพึ่งรู้ว่า ข้าวมีหลายสีทั้งสีครีม แดง น้ำตาลเข้ม น้ำตาลเทา และม่วงเข้มถึงเกือบดำ ซึ่งคือข้าวกล้องที่เด็กไม่เคยกินมาก่อน พอได้กินเข้าก็ติดใจ เด็ก ๆ เริ่มถามเรื่องเกี่ยวกับข้าวขึ้นมา ว่าข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และข้าวสารต่างกันอย่างไร ก่อนที่พี่โมกจะเริ่มตอบคำถาม “ข้าวกล้องคือข้าวเปลือกที่กะเทาะเอาแค่ส่วนเปลือกที่หุ้มเมล็ดออก สารอาหารยังอยู่ครบ” พี่โจ้ยกมือพูดบ้าง “ข้าวซ้อมมือใช้ครกตำข้าวให้เปลือกแตก ก่อนใช้กระด้งฝัดข้าว แยกเปลือกและเมล็ดออกจากกัน”

        ชาวนาที่ทำนากับพี่โมกปลูกข้าวด้วยการทำนาหว่าน คือนำพันธุ์ข้าวเปลือกไปแช่น้ำ พอข้าวงอกก็นำไปหว่านในนา

        ส่วนเด็ก ๆ พี่โมกให้ทำนาโยน เพราะจะเห็นผลงานของตนได้เร็วกว่า พี่โมกเพาะต้นกล้าไว้ล่วงหน้า และให้เด็ก ๆ นำต้นกล้าใส่ตะแกรงโปร่งสะพายเฉียงไหล่ จากนั้นพี่โมกสาธิตการโยนกล้าให้เด็ก ๆ ดู ก่อนที่จะให้ลงมือทำเอง และขึ้นมายืนดูผลงานของตนเอง

        เช้าวันถัดมาหลังจากทานข้าว พี่ ๆ พาน้องเดินไปแปลงนาอีกด้าน ที่มีต้นข้าวเหลืองอร่าม เด็ก ๆ ทำหน้างง และถามว่าข้าวที่ตนปลูกเมื่อวาน วันนี้จะได้เกี่ยวแล้ว พี่โมก และผู้ช่วย ถือลำไม้ไผ่หัวท้าย และกดนาบให้ต้นข้าวเอนไปทางเดียวกัน เด็ก ๆ จึงเริ่มลงมือเกี่ยวข้าวอย่างตั้งอกตั้งใจ

       (ปรับจาก: หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน้า 17-25)

       อ่านเสริม

       ประเพณีลงแขกทำนา

        ประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรม การทำนาเป็นงานหนัก คือ ต้องใช้แรงงงานถึง ๔ ครั้งตลอดการเริ่มฤดูกาลทำนาถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว คือ ดำนา เกี่ยวข้าว นวดข้าว และเก็บข้าวเข้ายุ้งฉาง ในอดีตถึงเกิดประเพณีที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาความชาญฉลาด และความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อของคนไทย คือ “ประเพณีลงแขกทำนา” ถึงวันนัดหมายเจ้าของนาจะนำธงมาปักที่นาของตน คนที่มาช่วยจะเรียกว่า “แขก” และจะช่วยจนงานสำเร็จ และจะเวียนไปช่วยบ้านอื่น ๆ ตามที่ขอมา

        การลงแขกทำนา จะช่วยให้การทำนาของเจ้าของนา สำเร็จได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วขึ้น และปลูกฝังความรักความสามัคคีในหมู่คน คลายความเหน็ดเหนื่อยขณะทำงาน อีกทั้งยังสร้างความบันเทิง จากการร้องเพลง และการละเล่นที่สนุกสนาน เช่นเพลงเกี่ยวข้าว เพลงเต้นกำรำเคียว เมื่อเสร็จงานก็จะร่วมรับประทานอาหารที่เจ้าภาพเตรียมไว้

        การลงมือร่วมแรงร่วมใจกันทำนาในช่วงเวลาหนึ่งของชาวนา หรือที่เรียกว่า “การลงแขก” นอกจากการทำนาแล้ว ยังหมายรวมถึงงานไร่ งานสวน และงานอื่น ๆ ด้วย ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามาแทนแรงงานคนมากขึ้น จึงเห็นประเพณีลงแขกนี้น้อยลง

       อ่านเสริม เติมความหมาย

       เกษตรกรรม (กะ-เสด-ตระ-กำ) การใช้ที่ดินเพาะปลูกพืชต่าง ๆ รวมทั้งการเลี้ยงสัตว์ การประมง และการป่าไม้

       คราด เครื่องมือทำไร่ทำนาใช้วัวหรือควายลาก ลักษณะเป็นคาน มีซี่ห่างเท่า ๆ กัน มีคันชักสำหรับลากขี้หญ้าและทำให้ดินที่ไถแล้วซุย, เครื่องมือสำหรับชักหรือลากขี้หญ้า ทำเป็นซี่ ๆ มีด้ามสำหรับจับชักหรือลากไป

       ควายเหล็ก (ภาษาปาก) เครื่องจักรที่ใช้ไถนาแทนควาย ต้องมีคนคอยบังคับทิศทาง หรือที่เรียกว่า รถไถ

       คันไถ ส่วนประกอบของไถสำหรับเทียมวัวหรือควาย เป็นเครื่องมือทำนาชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย คันชัก หางยาม ผาล หัวหมู

       ใช้ควายหรือวัวเป็นต้นลากไปเพื่อฟื้นดิน หรือกลับหน้าดิน

       คาวบอย คนที่มีหน้าที่ดูแลวัว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โคบาล

       คอก ที่ล้อมขังสัตว์บางชนิด เช่น วัว ควาย ม้า หมู

       เคียว เครื่องมือเกี่ยวข้าวและหญ้าเป็นต้น ทำด้วยเหล็ก รูปโค้ง มีคม

       ฉาง สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่สำหรับเก็บข้าวหรือเกลือเป็นต้น

       ต้นกล้า ต้นข้าวอ่อนที่เพาะจากข้าวเปลือกสำหรับย้ายไปปลูกในนา, โดยอนุโลมเรียกพืชที่เพาะไว้สำหรับย้ายไปปลูกในที่อื่น ว่า กล้า เช่น กล้าพริก กล้ามะเขือ

       เทียม เอาสัตว์พาหนะผูกเข้ากับยานพาหนะหรือคราดไถ เป็นต้น เช่น วัวเทียมเกวียน ม้าเทียมรถ ควายเทียมแอก

       นายทุน ผู้เป็นเจ้าของทุนที่ใช้ในการผลิตสินค้า, ผู้ลงทุนประกอบกิจการหรือออกทุนให้ผู้อื่นประกอบกิจการ

       นายหน้า บุคคลผู้ชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคลสองฝ่ายได้เข้าทำสัญญากัน โดยจะได้รับบำเหน็จเป็นการตอบแทน

       ปลดระวาง หมดหน้าที่ซึ่งเคยปฏิบัติอยู่เป็นประจำแล้ว

       ผญา (ผะ-หยา) ถ้อยคำ สำนวน คำคม สุภาษิตสอนใจที่มีความหมายลึกซึ้ง กินใจของคนอีสาน มักใช้คำที่มีความหมายแฝง

       ฝัด วิธีการแยกของเบาออกจากของหนักโดยกระดกภาชนะเช่นกระด้งขึ้น ๆ ลง ๆ ค่อนข้างเร็ว เพื่อสะบัดแกลบ รำ หรือผงออกจากข้าว เป็นต้น

       พยักพเยิด (พะ-ยัก-พะ-เยิด) การแสดงกิริยาหน้าตาพลอยรับรู้เห็นกับเขาด้วย, ไม่แสดงอาการให้ชัดเจนเป็นแต่พยักหน้า หรือทำบุ้ยใบ้ไม้มือเพื่อให้รู้

       เพลี้ย ชื่อแมลงขนาดเล็ก มีปากชนิดเจาะดูด หรือชนิดเขี่ยดูด ทำลายพืชต่าง ๆ ส่วนใหญ่ไม่มีปีก

       ภูมิปัญญา ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถที่ถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งมาสู่รุ่นหนึ่ง

       สนตะพาย การเอาเชือกร้อยช่องจมูกวัวควายที่เจาะ ซึ่งเรียกว่า ตะพาย, ใช้โดยปริยายแก่คนว่า ถูกสนตะพาย หรือ ยอมให้เขาสนตะพาย หมายความว่า ถูกบังคับให้ยอมทำตามด้วยความจำใจ ความหลง หรือ ความโง่เขลาเบาปัญญา

       หนามยอกเอาหนามบ่ง การแสดงวิธีการโต้ตอบการกระทำของผู้ใดผู้หนึ่งในวิธีการเดียวกัน (สำนวน)

       แอก ไม้วางขวางบนคอวัวหรือควายใช้ไถนา คราดนา หรือเทียมเกวียน เป็นต้น

       แผนภาพโครงเรื่อง ควาย ข้าว และชาวนา

       ตัวละคร พี่โมก พี่โจ้ พี่แสง ลุงดำ (ควาย) ชมพู โด่ง และเพื่อน ๆ ที่เข้าค่ายร่วมกัน

       สถานที่ พื้นที่นาของพี่โมก

       เวลา ฤดูกาลทำนา

       เหตุการณ์ที่ ๑ เด็ก ๆ ที่เข้าค่ายชมการแสดงควบควายของพี่โมกในทุ่งนา

        การกระทำของตัวละคร : พี่โมกควบควายให้เด็ก ๆ ดู และได้รับความสนใจจากเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก

        ผลของการกระทำ : เด็ก ๆ ทุกคนชื่นชอบในการควบควายของพี่โมกเป็นอย่างมาก

       เหตุการณ์ที่ ๒ พี่โมกให้เด็ก ๆ ทำความคุ้นเคยกับควาย

        การกระทำของตัวละคร : พี่โมกให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสกับลุงดำ (ควายแก่ปลดระวาง) และให้แนะนำตัวกับลุงดำ พร้อมกับพูดคุย ตอบคำถามกับเด็ก ๆ

        ผลของการกระทำ : เด็ก ๆ สนุกสนาน หัวเราะชอบใจ และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมในวันแรกของการเข้าค่าย

       เหตุการณ์ที่ ๓ พี่โมกให้เด็กค่ายทำนาโยนในพื้นที่นาของพี่โมก และเก็บเกี่ยวข้าวในนาอีกด้านหนึ่งในวันต่อมา

        การกระทำของตัวละคร : เด็ก ๆ ดูพี่โมกสาธิตการโยนต้นกล้าลงนา และลงมือทำจริงร่วมกัน ก่อนที่วันรุ่งขึ้นพี่โมกจะพาเด็ก ๆ ไปเก็บเกี่ยวข้าวในนาอีกด้าน และจบการเข้าค่ายในที่สุด

        ผลของการกระทำ : เด็ก ๆ ทุกคนได้เรียนรู้วิธีการทำนาตั้งแต่การโยนกล้า

       ลงนา จนถึงการเก็บเกี่ยวข้าว รวมทั้งได้ความรัก ความสามัคคี และความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเข้าค่าย

       ผลสุดท้ายของเรื่อง ทุกคนประทับใจในการเข้าค่าย และตลอดระยะเวลา ๑๐ วัน ของการใช้ชีวิตในค่ายไม่ได้สุขสบาย เด็ก ๆ ต้องทำงานหนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เด็ก ๆ เกิดความสุขใจที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง

       ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ข้าวทุกเม็ดที่เรากิน ต้องแลกมาด้วยความยากลำบากของชาวนา ที่ต้องแลกหยาดเหงื่อแรงกาย เพื่อให้เรามีข้าวกิน เราควรเห็นคุณค่าของข้าว ชาวนา และควายที่ทำให้เรามีกินอย่างทุกวันนี้